วิธีการใช้ยากันยุงให้ปลอดภัย

ปัจจุบันมียาทากันยุงรูปแบบต่างๆ เยอะแยะมากมาย และราคาไม่แพง แถมใช้งานง่ายสะดวกดีด้วย แต่ยาทากันยุงพวกนี้ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เหมือนกันค่ะ เนื่องจากในยากันยุงที่สังเคราะห์ขึ้นส่วนใหญ่จะมีสาร DEET (N,N-Diethyl-m-Toluamide) เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งจะมีฤทธิ์สำคัญในการไล่ยุง แต่สารนี้ไม่สามารถละลายในน้ำได้ จึงต้องมีการใช้แอลกอฮอล์ผสม คนที่แพ้แอลกอฮอล์จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ซึ่งปริมาณการผสมของ DEET ก็ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อ นอกจากนี้ยังมีการผสมสารอื่นๆ อีก เช่น สารช่วยแต่งสีหรือกลิ่นให้ยาน่าใช้ เป็นต้น

ดังนั้นถ้าเราสังเกตได้ว่ายากันยุงที่ใช้มี DEET ผสมอยู่ควรคำนึงถึงการใช้งานดังนี้

– ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากยาอย่างเคร่งครัด

– ห้ามใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี

– ดูส่วนผสมของ DEET ควรอยู่ระหว่าง 15-20% ก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นแบบสำหรับเด็กไม่ควรเกิน 10%

– ทดสอบการแพ้โดยการทาที่ข้อพับแขนเพียงเล็กน้อยก่อนนำไปใช้

– ห้ามทาบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อน หรือผิวหนังที่เป็นแผลหรือถลอก

– ไม่ทาซ้ำบ่อยๆในช่วงเวลาสั้นๆ ยาทากันยุทาครั้งหนึ่งจะออกฤทธิ์นาน 3-4 ชั่วโมง

– ไม่ใช้ในปริมาณมาก และไม่ใช้ติดต่อกันเป็นประจำ

– ควรทาเมื่อต้องการจะใช้ป้องกันยุงเท่านั้น และไม่ควรให้เด็กนำไปทาเล่น

– ถ้าจำเป็นต้องใช้กับเด็กเล็กให้ทาลงบนเสื้อผ้าของเด็กแทน และห้ามทาที่มือเด็ก เพราะเด็กอาจจะขยี้ตาหรืออมนิ้วได้

– ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์และผู้สูงอายุ

– หลังการใช้ยากันยุงจะต้องล้างมือให้สะอาด

– ถ้ามีอาการแพ้ เป็นผื่น ผิวแดง แสบร้อน ต้องหยุดใช้ทันที และใช้น้ำสบู่ล้างออก แล้วรีบไปพบแพทย์พร้อมนำยากันยุงที่ทาไปด้วยค่ะ

– หากเผลอรับประทานยากันยุงเข้าไปให้ทำให้อาเจียนออกมาแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีค่ะ



Leave a Reply