เคล็ดลับวิธีการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

การเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายจะสามารถช่วยให้ร่างกายนำพลังงานส่วนเกินที่สะสมไว้ในรูปของไขมันต่างๆ ออกมาใช้งาน ได้มากขึ้น ซึ่งเคล็ดลับการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานมีดังนี้

1 ถ้าดื่มน้ำเย็นได้วันละ 8-10 แก้ว จะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารให้มากขึ้น 10 กิโลแคลอรี เพราะเมื่อดื่มน้ำเย็น อุณหภูมิในร่างกายจะลดลง ทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานเพื่อปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับปกติ

2 ช่วงก่อนวันเบาๆของคุณผู้หญิงตั้งแต่ไข่สุกจนถึงวันแรกของการมีประจำเดือน คุณอาจอยากรับประทานโน่นนี่นั่นมากมายหลายอย่างเนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเผาผลาญแคลอรีสูงขึ้น ดังนั้นถ้าคุณสามารถควบคุมอาหารในช่วงเวลาทองนี้ได้ ถึงแม้จะไม่มีเวลาออกกำลังกาย ร่างกายก็ยังเผาผลาญพลังงานให้สูงขึ้นได้เกือบ 200 แคลอรี ต่อวันเลยทีเดียว

3 หลังจากที่คุณรับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 ชั่วโมงในกระบวนการย่อย ดูดซึม และกระบวนการใช้พลังงาน โดยใช้เวลาย่อยโปรตีนนานกว่าอาหารประเภทอื่น ดังนั้นช่วงที่ควบคุมน้ำหนัก คุณควรเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วต่างๆ เห็ด หรือโปรตีนจากสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เนื้อหมู และเนื้อวัวไม่ติดมัน ลดอาหารประเภทแป้งและไขมันลง จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานในการเผาผลาญอาหารได้สูงขึ้น

4 การทำกิจกรรมต่างๆโดยเฉพาะการออกกำลังกายแต่ละครั้ง ควรผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายแบบยืดกล้ามเนื้อ แบบคาร์ดิโอ และแบบเวทเทรนนิ่งให้พอดีกัน เช่น ยืดกล้ามเนื้อด้วยการเล่นโยคะประมาณ 30 นาที ต่อด้วยถีบจักรยานหรือเดินเร็วอีก 30 นาที และเวทเทรนนิ่งอีก 30-45 นาที

ความลับที่น่าสนใจสำหรับข้อนี้อีกอย่างคือ การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งหรือใช้แรงต้าน จะช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานมากกว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งจะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แต่การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอไม่ได้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แต่ช่วยเรื่องการเต้นของหัวใจมากกว่า ดังนั้นแทนที่คุณจะมัวโหมวิ่งหรือปั่นจักรยานอย่างหนัก อาจแบ่งเวลามาเล่นเวทเทรนนิ่งหรือออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านให้มากขึ้นด้วย รับรองว่าวิธีนี้เวิร์คสุดๆค่ะ

และอย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุด คือ พยายามสร้างความสมดุลของการใช้พลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยรับประทานอาหารให้พอดีกับพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน (พลังงานขณะร่างกายพัก + พลังงานที่ใช้ในการเปาผลาญอาหาร + พลังงานจากการทำกิจกรรม) คุณจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีพลังงานเหลือใช้สะสมเป็นไขมันอีกต่อไป



Leave a Reply